หลบร้อนตะลอนเที่ยวเล่นน้ำ ที่ น้ำตกวังก้านเหลือง ลพบุรี

หลบร้อนตะลอนเที่ยวเล่นน้ำ ที่ น้ำตกวังก้านเหลือง ลพบุรี

น้ำตกวังก้านเหลือง ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี เพราะเป็นน้ำตกที่เกิดจากตาน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากตัวน้ำตกไปอีกประมาณสองกิโลเมตร จุดต้นกำเนิดเป็นน้ำตกวังก้านเหลืองเป็นตาน้ำที่ผุดขึ้นจากพื้นดินจนไหลเป็นธารน้ำไปปะทะกับชะง่อนหินจนกลายเป็นน้ำตกวังก้านเหลือง ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงเรียกน้ำตกวังก้านเหลือง สอบถามเจ้าหน้าที่ก็จะได้รับคำตอบด้วยเหตุว่าสมัยก่อนมีต้นก้านเหลืองในบริเวณนี้อยู่เป็นจำนวนมากจนเรียกเป็นชื่อหมู่บ้าน เหตุนี้น้ำตกนี้จึงชื่อว่าน้ำตกวังก้านเหลืองตามชื่อของหมู่บ้าน บริเวณตาน้ำก็ยังพอมีต้นก้านเหลืองให้เห็น เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่พอดู ใกล้ๆมีตาน้ำที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินอยู่ตลอดเวลาและไหลเป็นธารน้ำ ไปถึงบริเวณที่เป็นน้ำตกก่อนจะไหลต่อไปยังแม่น้ำป่าสัก จากจุดที่เป็นตาน้ำผุดต้นกำเหนิดน้ำตกวังก้านเหลือง หากนั่งรถไปต่ออีกไม่ไกลนักก็จะถึงสวนรุกขชาติน้ำตกวังก้านเหลือง โดยที่บริเวณลานจอดรถมีร้านอาหารจำพวกอาหารตามสั่ง ส้มตำไก่ย่างไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวซึ่งถือเป็น อาหารคู่กันกับการเที่ยวน้ำตกเลยจริงๆ ก่อนทางเดินลงไปยังด้านล่างที่เป็นจุดเล่นน้ำ ตลอดทางเดินลงไปยังน้ำตกเบื้องล่าง เราจะได้เห็นสายน้ำไหลผ่านชะง่อนหินน้อยใหญ่ ที่เรียงตัวกันอย่างไม่เป็นระเบียบลดหลั่นเล่นระดับแตกต่างกันไป แต่ก็ดูสวยงามแบบธรรมชาติ อย่างที่บอกว่าน้ำตกวังก้านเหลืองแห่งนี้เป็นน้ำตกที่มีน้ำใสไหลผ่านตลอดปี

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกถ้ำบักเตว (น้ำตกห้วยหลวง) อุบลราชธานี

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกถ้ำบักเตว (น้ำตกห้วยหลวง) อุบลราชธานี
น้ำตกถ้ำบักเตว หรือน้ำตกห้วยหลวง อยู่ที่บ้านแก้งเรือง อำเภอนาจะหลวย เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงราว 30 เมตร ด้านล่างมีแอ่งน้ำและลานหิน และ ทราย เป็นที่พักผ่อนอีกที่หนึ่งที่น่าสนใจของจังหวัดอุบลราชธานี ติดแนวตะเข็บชายแดนรอยต่อ 3 ประเทศ ไทย ลาว และกัมพูชา ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผืนป่าที่มีความหลากหลายของพืชพรรณต่าง ๆ อาทิ กล้วยไม้ป่า ดอกไม้ ลานหิน ธารน้ำตก ปรากฏการณ์ธรรมชาติทางธรณีวิทยาอีกมากมายที่น่าสนใจ พื้นที่ดังกล่าวถูกจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ ๕๓ มีเนื้อที่ประมาณ ๔๒๘,๗๕๐ ไร่ ในเขตอำเภอบุณฑริก อ.นาจะหลวย และ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ชื่อดั้งเดิมของน้ำตกแห่งนี้ คือ “น้ำตกถ้ำบักเตว” ซึ่งมีที่มาจาก ในอดีตชาวบ้านจะเข้ามาหาของป่าในนี้ โดยที่ถ้ำใต้ผาหินใกล้น้ำตกมีผึ้งหลวงอาศัยทำรังอยู่ วันหนึ่งนายเตวและเพื่อนๆ ก็เข้ามาตีผึ้งเก็บน้ำหวานที่ถ้ำใกล้น้ำตกแห่งนี้ โดยใช้เถาวัลย์โรยตัวลงมาและให้เพื่อนจับไว้ แต่ด้วยเหตุที่นายเตวตีผึ้งหลวงโดยไม่ได้จุดธูปขอเจ้าป่า เจ้าเขาก่อน เพื่อนที่จับเถาวัลย์ จึงกลับมองเห็นเถาวัลย์เป็นงูใหญ่ เลยตกใจฟันไปบนตัวงูจนขาด ร่างของนายเตวจึงตกลงไปตายอยู่ก้นเหวนั้น ตั้งแต่นั้นมา น้ำตกแห่งนี้ก็ได้ชื่อว่า “น้ำตกถ้ำบักเตว” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น น้ำตกห้วยหลวง ตามชื่อลำธารต้นน้ำ เพราะทุกปีจะมีคนมาสังเวยชีวิตจากการพลัดตกหน้าผา หรือจมน้ำทุกปี และวันหนึ่ง ญาติของนายเตวมาร้องขอว่า นายเตว มาเข้าฝัน ขอให้เปลี่ยนชื่อน้ำตกเพราะชื่อนั้นถือเป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณนี้ และภายหลังจากได้เปลี่ยนชื่อแล้วก็ไม่ปรากฏอุบัติเหตุอีกเลย

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกแก่งซอง พิษณุโลก

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกแก่งซอง พิษณุโลก
น้ำตกแก่งซอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ทางด้านฝั่งจังหวัดพิษณุโลก เกิดจากลำน้ำเข็กที่ไหลลดระดับทำให้ธารน้ำมีลักษณะเป็นน้ำตก มีขนาดใหญ่กว่าน้ำตกสกุโณทยานที่อยู่บนเส้นทางสายเดียวกัน บริเวณน้ำตกแก่งซอง มีบ้านเรือนต่างๆ ตั้งอยู่ริมน้ำตก มีสะพานแขวนเดินชมทิวทัศน์แม่น้ำเข็กและข้ามไปหมู่บ้านฝั่งตรงข้าม ตามรายทางใกล้กับน้ำตกแก่งซอง มีร้านอาหาร ร้านกาแฟและบริการล่องแก่งน้ำเข็กที่ตื่นเต้นสนุกสนาน ล่องได้เฉพาะช่วงฤดูน้ำหลากประมาณสิงหาคมถึงตุลาคม
การเดินทางมายังน้ำตกแก่งซองโดยทางรถยนต์ เส้นทางแรก จากกรุงเทพ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 จนถึงสิงห์บุรีแล้วแยกเข้าทางสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 11 สายอินทร์บุรี-ตากฟ้า จนถึงทางหลวงหมายเลข12 พิษณุโลก-หล่มสัก ที่ อ.วังทอง เลี้ยวซ้ายเข้าไปหล่มสัก จนถึงกม.ที่ 45 ก็จะถึงน้ำตกแก่งซอง สังเกตได้จากจะมีจุดบริการล่องแก่งตลอดแนว เส้นทางที่สอง เดินทางโดยใช้ถนนสายเอเชียเข้า นครสวรรค์ และใช้เส้นทางหมายเลข 117 ตรงเข้าจังหวัดพิษณุโลกผ่านตัวเมืองพิษณุโลกเดินทางมาตามทางหลวงหมายเลข 12 จนถึง กม. ที่ 45 ก็จะถึงน้ำตกแก่งซอง ทั้งสองเส้นทางเดินทางสะดวกเท้าถึงตัวน้ำตกมีป้ายบอกตลอดการเดินทางจนถึงน้ำตก น้ำตกแก่งซองตั้งอยู่ที่ ริมทางหลวงหมายเลข 12 กม.ที่ 45 บริเวณบ้านแก่งซอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลกเข้าเที่ยวชมได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจนเย็น และท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 055-252742-3 โทรสาร 055-231063 ติดต่อสอบถามข้อมูลกันได้ก่อนไปสัมผัสกับความชุ่มฉ่ำของสายน้ำตกแก่งซองนะครับผม..

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกสายรุ้ง จังหวัดพังงา

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกสายรุ้ง จังหวัดพังงา
น้ำตกสายรุ้ง เป็นน้ำตกเล็กๆแต่ก็สวยงามแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ น้ำตกแห่งนี้เดิมมีชื่อว่าน้ำตกปากวีป สายน้ำตกไหลมาจากเทือกเขาที่อุดมสมบูรณ์ สูงประมาณ 60 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาหินกว้างประมาณ 20 เมตร ในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำเต็มหน้าผา และถึงแม้ว่าหน้าแล้งจะมีน้ำน้อย แต่ก็ยังคงสวยงาม สามารถเล่นน้ำได้ บริเวณแอ่งน้ำด้านล่างเป็นจุดที่สามารถลงไปสัมผัสความเย็นของสายน้ำตกได้ แต่ว่าน้ำค่อนข้างลึกหลายเมตร จึงควรเล่นน้ำอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ยังมีทางเดินขึ้นไปด้านบนของน้ำตก ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่หลายชนิด เช่น ตะเคียน อายุหลายสิบปี ต้นไข่เขียวไม้ป่าท้องถิ่น รวมถึงไม้พื้นล่าง เช่น เฟินหลากหลายชนิด หวายป่าพันธุ์ต่างๆ บรรยากาศร่มรื่น สามารถขึ้นไปชมน้ำตกจากด้านบนได้ เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่ตกจากหน้าผาสูงใหญ่ และจะเป็นสายรุ้ง เมื่อละอองน้ำของน้ำตกจะทำมุมกับแสงอาทิตย์ปรากฏเป็นประกายรุ้งสวยงาม บริเวณน้ำตกสายรุ้งมีแอ่งน้ำที่ไม่ลึกมาก หลายจุดเหมาะสำหรับเด็ก ๆ ลงไปเล่น เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 15.00-17.00 น.
การเดินทางเมื่อออกจากตัว อำเภอตะกั่วป่าให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 หรือ จากถนนเพชรเกษมให้มาทาง อำเภอท้ายเหมือง ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 70-71 จะเห็นมีป้ายบอกทางเข้าน้ำตกสายรุ้ง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางลูกรังอีกประมาณ 800 เมตร แล้วเลี้ยวขวาตามทางปูนรพช.เข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงปากทางเข้าน้ำตกแต่นักท่องเที่ยวต้องจอดรถไว้ที่นี่แล้วเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 30 เมตรเพื่อเข้าสู่ตัวน้ำตกสายรุ้ง

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกโกรกอีดก สระบุรี

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกโกรกอีดก สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก น้ำตกชื่อแปลกๆ อยู่ในพื้นที่การดูแลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า มีความสูงรวมโดยประมาณ 350 แบ่งเป็น 3 ชั้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมได้ที่ชั้นล่างสุดเท่านั้น เพราะทางขึ้นค่อนข้างชันและอันตรายมาก น้ำตกโกรกอีดก ถูกค้นพบโดยบังเอิญเมื่อคราวที่ พณฯ ปองพล อดิเรกสาร ได้ นั่งเฮลิคอปเตอร์ตรวจพื้นที่ในเขตสระบุรี และได้มองเห็นน้ำตกขนาดใหญ่เบื้องล่าง จึงได้จัดทีมออกสำรวจเดินป่า ทวนลำน้ำขึ้นไปจนถึงตัว น้ำตกโกรกอีดก เส้นทางการเดินทางก็คือเส้นเดียวกันกับที่ทางไป “เจ็ดคต” แต่ต้องเลยเข้าไปอีก 15 กิโลเมตร จึงจะถึงจุดเริ่มต้นในการเดินป่าเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ น้ำตกโกรกอีดก สิ่งที่ห้ามลืมและต้องนำติดตัวมาเองนั่นก็คือ “เสบียง” เส้นทางในช่วงกิโลเมตรแรกนั้น ไม่มีความยากลำบากอะไรนัก เดินทรงตัวไปตามแนวก้อนหิน แล้วข้ามลำธารแรกก็จะตัดเข้าป่ารกเข้าสู่เขตภูเขา ขอแนะนำว่าผู้ที่คิดจะเดินทางมา ควรจะแต่งการให้รัดกุม เพราะในป่ารกแบบนี้สัตว์มีพิษย่อมต้องมีอยู่เป็นของคู่กัน เส้นทางช่วงแรกนี้ยังสามารถเดินได้แบบสบาย ๆ สามารถพบเก็บ เห็ดแชมเปญมีลักษณะคล้าย ๆ แก้วดูสวยแปลกตา หลังจากผ่านกิโลเมตรแรกไปและข้ามลำธารจุดที่สอง ป่าก็เริ่มทึบและแน่นขนัดมากขึ้น เสียงกระรอกและนกนานาชนิดมีให้เราได้ยิน ต้นไม้แปลก ๆ ก็เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ที่น่าตื่นตะลึงมากที่สุดก็น่าจะเป็น “ต้นกระเหรี่ยง” ขนาดใหญ่ยักษ์ ที่พบเห็นได้ตลอดเส้นทาง ขนาด 5-6 คนโอบเลยทีเดียว เห็ดถ้วยขน ที่นักถ่ายภาพชื่นชอบ ก็ปรากฏตัวให้เห็น เส้นทางเลียบลำน้ำตลอดทาง บางครั้งก็ต้องตัดผ่านลำน้ำไปบ้าง ลึกที่สุดก็เท่ากับระดับหัวเข่า แต่ถ้าเป็นหน้าฝนคงไม่ใช่แบบนี้แน่นอน แต่ถึงจะชื้นแบบนี้ก็กลับไม่พบทากดูดเลือดให้เป็นอุปสรรค หากเสียงน้ำตกแว่วมาให้ได้ยินก็แปลว่าเดินมาได้ประมาณครึ่งทางได้แล้ว และทันทีที่ได้สัมผัสกับความอลังการของ น้ำตกโกรกอีดก คุณจะลืมความยากลำบากและเหนื่อยล้า..ไปเลยจริงๆ

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกชาติตระการ จ.พิษณุโลก

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกชาติตระการ จ.พิษณุโลก

น้ำตกชาติตระการ เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ หมู่ที่ 3 บ้านปากรอง ต.ชาติตระการ อ. ชาติตระการ จ. พิษณุโลก น้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางบ้านนาจาน 3 กิโลเมตร จากบ้านนาจานเดินเท้าอีกประมาณ 3 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอชาติตระการและอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก สภาพทั่วไปเป็นป่าอุดมสมบูรณ์และธรรมชาติที่สวยงาม น้ำตกชาติตระการ หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “น้ำตกปากรอง” เพราะตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปากรอง หน้าผาสูงชันที่มีสีสันผิดแปลกกันเป็นร่องรอยของศิลปยุคแรกของมนุษย์ คือ รอยแกะสลักกับแผ่นดินและจุดชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขาสูงๆ มีเนื้อที่ประมาณ 339,375 ไร่ หรือ 543 ตารางกิโลเมตร ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางมีทั้งหมด 7 ชั้น เริ่มจากชั้นที่ 1 จะมีลักษณะไหลเอื่อยๆ ไม่สูงนัก ชั้นนี้จะมีหินมากและลื่น ชั้นที่ 2 จะมีลักษณะที่สวยงามมาก สูงประมาณ 7-10 เมตร ทางลงเป็นดินค่อนข้างลื่น ชั้นที่ 4 มีความสวยงามเป็นพิเศษ น้ำตกไหลลงมาพร้อมกันที่เดียว 3 สาย สูงประมาณ 20 เมตร และกว้างประมาณ 50 เมตร นอกจากนี้ยังมี น้ำตกนาจาน ชั้นที่ 1-4 อยู่ห่างกันไม่มากนัก ชั้นที่ 4-5 อยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร ชั้นที่ 5-6 ห่างกันประมาณ 100 เมตร ชั้นที่ 6-7 ห่างกันประมาณ 30 เมตร สภาพเส้นทางจะมีความลาดชันปานกลาง หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะเที่ยวชมควรติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเพื่อนำเที่ยวจะได้รับความรู้ตลอดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและความงามของน้ำตกไปด้วย..

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกแก่งโสภา พิษณุโลก

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกแก่งโสภา พิษณุโลก
น้ำตกแก่งโสภา เดิมชื่อ น้ำตกแก่งชั้นไดยาน หรือ บันไดยาน ซึ่งตั้งชื่อตามลักษณะที่มีน้ำตกลงมา คล้ายบันได 3 ขั้น เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในปี 2503 โดยตัดทางแยกพิษณุโลก-หล่มสัก เข้าไปยังน้ำตก และเปลี่ยนชื่อเป็น น้ำตกแก่งโสภา แต่ว่าตัวแก่งโสภาจริงๆนั้น เป็นแก่งน้ำอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ทางต้นน้ำของน้ำตกไปประมาณ 1 กิโลเมตร จึงตั้งชื่อตามชื่อกำนันสมัยนั้น คือ กำนันโสภา ซึ่งตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ใกล้กับบริเวณแก่งโสภา ชาวบ้านจึงนิยมเรียกแก่งนี้ว่าแก่งโสภา และได้นำมาตั้งเป็นชื่อน้ำตก กลายเป็นชื่อเรียกจนถึงทุกวันนี้ เรียกว่ามีชื่อเรียกที่มีประวัติความเป็นมาแต่ในอดีตกันเลยทีเดียว น้ำตกแก่งโสภา อยู่บนเส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณกิโลเมตรที่ 71-72 มีทางแยกเข้าไปอีก ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่เกิดจากลำห้วยเข็กใหญ่ที่ไหลผ่านหน้าผาหินขนาดใหญ่ลดหลั่นต่างระดับกันลงไปเป็นชั้น ๆ มีความสูงถึง 70 เมตร มีแอ่งหินขนาดใหญ่รับน้ำทางด้านล่าง สภาพโดยรอบร่มรื่นเพราะถูกปกคลุมไปด้วยป่าดิบชื้น ตอนบนน้ำตกเป็นแผ่นหินเรียบกินบริเวณกว้างซึ่งถ้าน้ำน้อยสามารถเดินข้ามผ่านไป อีกฝั่งได้อย่างสบาย ส่วนตอนล่างเป็นลานหินแตกโพลงหินและโขดหินขนาดใหญ่ ที่ถูกกระแสน้ำซัดพาดเอนเรียงกันสวยงามตามธรรมชาติ น้ำตกจะไหลลดหลั่นเป็นชั้นต่างๆ 3 ชั้น และไหลผ่านไปตามแก่งหินมากมายเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งเลย ทีเดียวเหมาะแก่การมาเที่ยวพักผ่อนและเล่นน้ำคลายร้อนซะจริงๆเชียว

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกขุนพอง จังหวัดเลย

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกขุนพอง จังหวัดเลย
น้ำตกขุนพอง เป็นน้ำตกที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง และเป็นน้ำตกใหญ่ที่สุดที่อยู่บนภูกระดึง ไปทางทิศตะวันตก เกิดจากลำธารหลายสายที่ไหลมารวมกัน ได้แก่ วังกวาง ธารสวรรค์ ธารพระองค์ และธารถ้ำสอ เป็นน้ำตกที่อยู่ในป่าดงดิบ ในส่วนของป่าปิด จึงทำให้เข้าไปเที่ยวได้เฉพาะช่วงฤดูแล้งเท่านั้น คือตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมิถุนายน และ ต้องทำเรื่องขออนุญาตพร้อมขอเจ้าหน้าที่นำทางด้วย การเดินเท้าเข้าไปเที่ยวชมน้ำตกจะต้องเดินผ่านป่าสนและป่าดงดิบ ระยะทางราว 10 กิโลเมตร ในช่วงฤดูหนาว ต้นเมเปิลจะเปลี่ยนสีใบจากเขียวเป็นแดง ร่วงหล่นทั่วบริเวณน้ำตก อันเป็นที่มาของภาพงดงามซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของภูกระดึง โดยเมเปิลจะเปลี่ยนสีและผลัดใบในช่วงต้นเดือนธันวาคม นอกจากน้ำตกขุนพองแล้ว บนที่ราบยอดภูกระดึงยังมีน้ำตกอื่น ๆ ให้เที่ยวชมอีกหลายแห่งด้วยกัน เช่น น้ำตกวังกวาง น้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกถ้ำสอใต้ น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกโผนพบ และน้ำตกหงษ์ทอง เป็นต้น ซึ่งน้ำตกเหล่านี้ มีความ สวยงาม มีธารน้ำใสเย็นและปลอดภัยในการลงเล่นน้ำ ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรมีเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวบนภูกระดึง อย่างน้อย 3 วัน จึงจะคุ้มค่ากับการเดินฝ่าความสูงชันขึ้นไป หากจะเดินทางไปเพื่อชมน้ำตก ควรไปในช่วงหลังฤดูฝน คือประมาณเดือนตุลาคมถึงธันวาคมเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นน้ำตกจะไม่ค่อยมีน้ำ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงจะปิดช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายนทุกปี เพราะการเดินทางค่อนข้าง ลำบาก และเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัวกลับมาสดชื่นอีกครั้งหนึ่ง

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น กาญจนบุรี

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น กาญจนบุรี

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ถือเป็นน้ำตกอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามของจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่ยังคงมีพื้นป่าและสายน้ำที่อุดมสมบูรณ์ โดยลักษณะของน้ำตกเป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ มีเอกลักษณ์ตรงที่สายน้ำที่ไหลผ่านลำห้วยแม่ขมิ้น แล้วลดหลั่นไปตามเชิงชั้นหินปูน ต้นน้ำของน้ำตกไหลมาจากเทือกเขากะลา ซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำตลอดทั้งปี น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แบ่งออกเป็น 7 ชั้นลดหลั่นกันไป ซึ่งแต่ละชั้นก็จะมีชื่อเรียกน้ำตกที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความสวยงามของประติมากรรมทางธรรมชาติของแต่ละชั้น ได้แก่ ชั้น 1 ดงว่าน, ชั้น 2 ม่านขมิ้น, ชั้น 3 วังหน้าผา, ชั้น 4 ฉัตรแก้ว, ชั้น 5 ไหลจนหลง, ชั้น 6 ดงผีเสื้อ และชั้นสุดท้ายชั้น 7 ร่มเกล้า แต่ชั้นที่เป็นไฮไลท์หรือสวยที่สุดของที่นี่คือ “ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว” ซึ่งมีความงดงามมาก การไหลของสายน้ำเหมือนกับฉัตรที่ซ้อนกันอยู่หลาย ๆ ชั้นและที่สำคัญบริเวณชั้นนี้ เป็นชั้นสุดท้ายที่รถยนต์สามารถขึ้นมาถึงได้ ทั้งนี้ ก่อนทางขึ้นไปยังน้ำตกชั้นที่ 1 จะมี “โป่งผีเสื้อ” ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มแร่ธาตุให้กับแมลงต่าง ๆ ในช่วงหน้าฝนซึ่งจะมีผีเสื้อมากมายหลากหลายสายพันธุ์และมากมายสีสัน ต่างพากันมากินนับเป็นร้อย ๆ ตัวกันเลยทีเดียว ถือเป็นอีกสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ นอกจากสายน้ำตกที่งดงามอยู่แล้ว…

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกตาดหมอก เพชรบูรณ์

หลบร้อนตะลอนเที่ยว เล่นน้ำ ที่ น้ำตกตาดหมอก เพชรบูรณ์

น้ำตกตาดหมอก ตั้งอยู่ในอุทยานตาดหมอก ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 6 ตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ น้ำตกตาดหมอกเป็นน้ำตกที่มีอาณาบริเวณกว้างถึง 6 กิโลเมตร อยู่บนเทือกเขาเพชรบูรณ์ด้านตะวันออกติดกับจังหวัด ชัยภูมิและจังหวัดขอนแก่น มีพันธุ์ไม้เขียวชอุ่มนานาชนิด การเดินทางเข้าไปต้องเดินทางด้วยเท้า ผ่านป่าไม้ และลำห้วย น้ำตกตาดหมอกมีทั้งหมด 12 ชั้น ความยาวจากชั้นที่ 1 ถึง 12 รวมทั้งสิ้นประมาณ 750 เมตร น้ำตกตาดหมอก เป็นน้ำตกที่อยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์ ป่าที่มีความสมบูรณ์ คงไม่ง่ายเท่าไหร่ที่จะไปถึง ต้องเดินผ่านป่าที่ร่มรื่น เน้นจริงๆนะครับ ว่าเป็นผืนป่าที่ร่มรื่นจริงๆ..ขอบอก เราต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร จากจุดจอดรถ เส้นทางต้องผ่านป่าและลำห้วย โหดนิดๆแต่ก็สนุกดีครับ..อยากรู้ต้องมาด้วยตัวเอง..อิๆๆ รับรองว่าพอเจอน้ำตกตาดหมอกแล้ว ความรู้สึกจะดีอย่างบอกไม่ถูกเลย เหนื่อยแต่มีความสุข..ประมาณนั้นเลย มันเหมือนกับเวลาหิวข้าว แล้วได้กินข้าวจะรู้สึกอร่อยเป็นพิเศษ รู้สึกประมาณนี้แหละ คุ้มดีจริงๆ น้ำตกตาดหมอกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีร้านค้า ไม่มีร้านอาหาร ไม่มีที่พัก ที่นี่ยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติเอาไว้มาก ใครคิดที่จะไปเที่ยวที่นี่ต้องเตรียมพร้อมสิ่งต่างๆ เอาไว้ด้วย จะไปค้างคืนต้องมีเต้นท์ไปด้วย เดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2271 ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2275 ระยะทางประมาณ 200 เมตร ที่ ทำการอุทยานตาดหมอกอยู่ทางด้านซ้ายมือ นำรถไปจอดไว้ เตรียมพร้อมเดิน ทางด้วยเท้าไปยัง น้ำตกหมอกตาด ใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมง